top of page
ค้นหา

Meditation

อัปเดตเมื่อ 16 เม.ย. 2566





MEDITATION PRACTICE...



การทำสมาธิ

ไม่ต้องคอยให้ใจสงบ สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา แต่ถ้าต้องการความต่อเนื่องยาวนาน และให้ได้ผลการปฏิบัติที่ดีนั้น มีหลักการเบื้องต้นและขั้นตอนดังนี้

  1. บริโภคน้ำอาหารมิให้อิ่มไป หิวไป ถ่ายท้อง แปรงฟัน อาบน้ำ เช็ดตัว ให้เรียบร้อย เตรียมร่างกายให้สะอาด นุ่งชุดที่ไม่คับตัว ผ้าเบาๆ สบายๆ

  2. หามุมสงบ ไม่เสียงดัง ไม่อึกทึก ไม่มีการรบกวนจากภายนอกได้ง่าย มีอุณหภูมิพอดี ๆ ที่นั่งที่รู้สึกสบายกับเรา เช่น อายุมากเข่าไม่ดีอาจนั่งบนเก้าอี้ก็ได้

  3. นั่งขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย หรือวางมือตามสะดวกที่อื่นๆ จะเป็นที่หน้าตักก็ได้ บนเข่าก็ได้ ถ้าบนเข่าอาจหงายหรือคว่ำมือก็ได้

  4. หลับตาเบาๆ ให้ขนตาชนกัน แต่อย่าเม้มตา

  5. ขยับท่าทางให้รู้สึกว่าสบาย สังเกตตัวเองว่ามีการเกร็งไหม ถ้ามีขยับผ่อนคลายความรู้สึกไม่ให้เกร็ง

  6. ทำใจให้โล่ง โปร่ง เบา สบาย ปล่อยวางสิ่งต่างๆ ในใจ ละปริโพธ หรือความกังวลต่าง ๆ ชั่วคราว อาจตั้งกำหนดเวลาในใจ ว่าจะอุทิศให้เวลาระหว่างนี้แก่การภาวนา ทำใจให้มีความสุขเพราะแค่เราอยากมีความสุข จิตเราก็จะมีความสุขทันที ทำใจให้สนุกกับการปฏิบัติธรรม

  7. เมื่อสบายดีแล้ว ให้ภาวนาในใจ จะใช้ความรู้สึกจับกับลมหายใจ หายใจเข้าสั้นก็รู้ หายใจออกสั้นก็รู้ หายใจเข้ายาวก็รู้ หายใจออกยาวก็รู้ โดยไม่ต้องใช้คำบริกรรมก็ได้ จะใช้คำบริกรรมว่า ว่า พุท เมื่อหายใจออกให้กำหนดว่า โธ ก็ได้ หรือจะใช้คำบริกรรมอื่นๆ เช่น นับ 1,2,3 .. ไปเรื่อยๆ เมื่อหายใจเข้าออกครั้งหนึ่ง หรือ นะมะ-พะธะ ก็ได้เช่นกัน (วิธีการเหล่านี้ เป็นวิธีการของโบราณจารย์)

  8. ในระหว่างการปฏิบัติธรรม อาจจะมีเรื่องฟุ้งซ่านเข้ามาเป็นระยะ อย่าสนใจ ถ้าจิตวอกแวกจนสนใจเรื่องอื่น เมื่อได้สติ ให้เริ่มภาวนาใหม่

  9. อาจรู้สึกเมื่อย คัน ปวด ให้อดทน ถ้าทนไม่ไหวให้เปลี่ยนอิริยาบถแก้ เช่นเกาที่คัน แต่ให้ทำอย่างมีสติ เช่น ภาวนาว่า เมื่อยหนอๆ คันหนอๆ เกาหนอๆ ซึ่งถ้าจะลุกมาเดินจงกรมจนกว่าจะหายเวทนาก็ได้

  10. เมื่อใจเริ่มสงบดีแล้ว จิตกำลังผ่านขณิกสมาธิ กำลังย่างเข้าอุปจารสมาธิ อาจจะมีความรู้สึกแปลกๆ มีอาการต่างๆกันไปตามสภาวะจิต ของแต่ละคน เช่นตัวหมุน ตัวเบา สั่น ขนลุกและอื่นๆ ก็ให้วางเฉยไปตั้งใจภาวนาเรื่อยๆ

  11. เมื่อจิตเป็นสมาธิมากขึ้น คำภาวนาจะหายไป ให้กำหนดสภาวะที่รับรู้ได้เด่นชัดในจิต แล้วให้จิตไปจับไว้แทน เช่น ลมหายใจ

12. .....

Cr. Wikibook.org /การทำสมาธิ

TIPS : ความพร้อมของร่างกาย ความอิ่มทีพอเหมาะ การพักผ่อนนอนหลับที่เพียงพอ การออกกำลังที่เหมาะสม จะช่วยให้การฝึกสมาธิง่ายขึ้น





​สมาธิ (บาลี: ;สันสกฤต: समाधि) คือการฝึกฝนทางจิตหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป้าหมายคือ ก่อให้เกิดการตระหนักรู้ตนเอง และจิตสำนึกต่อการทำงาน

การทำสมาธิโดยทั่วไปมักเป็นการฝึกหัดส่วนบุคคล ยกเว้นในบางกรณีเช่น การสวดมนต์ ผู้ฝึกสมาธิส่วนใหญ่ มักจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจเป็นลมหายใจ การเพ่งวัตถุต่าง ๆ หรือแม้แต่การจดจ่อกับกิจกรรมที่กระทำ การทำสมาธิ มักเกี่ยวกับการปลูกฝังความรู้สึกหรือความเชื่อมั่นภายใน อาจจะเป็นการตั้งเป้าหมาย หรือ อาจจะหมายถึงการเชื่อมโยงกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจงก็ได้ การมีจิตใจที่เข้มแข็ง รู้จักไตร่ตรองความคิดให้ถูกต้อง

รูปแบบการฝึกสมาธินั้นมากมายและมีความหลากหลาย คนทั่วไปอาจจะเข้าใจคำว่า "สมาธิ" ในบริบทที่แตกต่างกัน การทำสมาธินั้นมีมาตั้งแต่โบราณและ การฝึกฝนสืบทอดต่อกันมา จนกลายเป็นองค์ประกอบของประเพณีทางศาสนา ในประเพณีจิตวิญญาณตะวันออก เช่น ศาสนาฮินดู และ พุทธศาสนา แม้ในประเทศแถบตะวันตกบางแห่งก็เช่นกัน

ในปี 2007 การศึกษาของรัฐบาลสหรัฐพบว่าเกือบ 9.4% ของผู้ใหญ่ (มากกว่า 20 ล้านคน) มีการฝึกสมาธิภายใน 12 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจาก 7.6% (มากกว่า 15 ล้านคน) ในปี 2002

ตั้งแต่ปี 1960, การทำสมาธิได้รับการเพิ่มจุดเน้นของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

การทำสมาธิมีปรากฏในหลายศาสนา ซึ่งรวมถึง พุทธศาสนา ฮินดู และเต๋า และยังคงรวมถึงสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา เช่น โยคะ


Cr. Wikipedia



ประโยชน์ของสมาธิ

1.- ช่วยควบคุมกระบวนการคิดของตนเอง เข้าใจจุดเริ่มต้นและจุดหมายที่ต้องการจากการคิด ประมวลเรื่องต่างๆ

2.- ช่วยจัดการแนวทางการแสดงออก และสื่อสารได้อย่างมีสติ

3.- สามารถกำหนดจุดมุ่งหมายและแนวทางปฎิบัติ

4.- สามารถกำหนดรู้ และจดจ่อ ใส่ใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้

5.- สามารถพัฒนาการตระหนักรู้ สู่ความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ในรายละเอียดได้ยิ่งขึ้น

6.- ช่วยให้จิตใจผ่องใสอ่อนโยน มีความสุขใจ รู้จักความสงบจากภายใน

7.- ช่วยผ่อนคลายความเครียด ลดความวิตกกังวล เรียนรู้ เข้าใจการให้ การรับ และการวางเฉยเมื่อสมควร

8.- เรียนรู้การบริหาร จัดการ ความคิดที่ซับซ้อน สู่แนวทางสร้างสรรค์

9.- เสริมสร้างการจัดเวลา และความสัมพันธ์ต่างๆในชีวิต และชีวิตประจำวัน

10.- ช่วยเสริมสร้างพลังใจ ทัศนคติเชิงบวกในการเผชิญสถานการณ์ทีมีความทุกข์กาย ทุกข์ใจ

11.- ช่วยสร้างเสริมความเข้าใจ การปล่อยวาง ในยามชรา เมื่อจิตอ่อนและควบคุมความคิดได้ยาก

12.- เรียนรู้ความเป็นจริง และความเป็นไปของธรรมชาติ

13.- เรียนรู้การควบคุมตนเอง และการจัดการกับสภาวะแวดล้อม

14.- ช่วยกำหนดทิศทาง แนวทาง เรียนรู้ความต้องการและเป้าหมาย

15.- สร้างทัศนคติเชิงบวก



สถานที่การฝึกสมาธิ

@ ที่บ้าน หรือสถานที่สงบทั่วไป

@ สถานที่ฝึกสมาธิ หรือที่วัด ในช่วงเวลาหนึ่งๆ 3- 6 ชั่วโมง

@ สถานที่ฝึกสมาธิ หรือที่วัด ข้ามวันข้ามคืน 3 - 10 วัน

(ในช่วง 3วันแรกของผู้ฝึกอาจยังอยู่ในช่วงการปรับตัว)

ข้อมูลสถานที่เบื้องต้น​

วัดพระราม 9, กรุงเทพ

สวนโมกข์, กรุงเทพ (Buddhist & Non Buddhist)

วัดญาณเวศกวัน, นครปฐม

วัดมเหยงคณ์, อยุธยา

วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร,ชลบุรี

วัดเขาแตงอ่อน, ชลบุรี

วัดถำ้โมง, เชียงใหม่ (Buddhist & Non Buddhist)













ดู 3 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

コメント

5つ星のうち0と評価されています。
まだ評価がありません

評価を追加
bottom of page