
Email: Academy@occc.asia Ph.+66-61-919 2699 Line @learner.center


Learner.Cerner
Key Performance Indicator
(KPI)
ทำไม KPI จึงสำคัญ >>> ตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลักคือหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการประเมินความสำเร็จของงานของคุณในรูปแบบที่กระชับและตรวจวัดได้ การใช้ตัวชี้วัดจะช่วยให้คุณดูว่างานของคุณกำลังก้าวไปสู่ความสำเร็จตามที่คุณกำหนดไว้หรือไม่ (Cr. amazon ads) ประเภทของ KPI >>> KPI มีหลายประเภท และ KPI ที่เหมาะสมสำหรับคุณนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจและสิ่งที่ธุรกิจของคุณให้ความสำคัญ ดังนั้นจึงไม่มีทางสร้างรายการ KPI ที่เป็นไปได้ทั้งหมดได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่หมวดหมู่ 12 หมวดหมู่ด้านล่างแสดงให้คุณเห็นถึง KPI หลากหลายประเภท โปรดทราบว่าหมวดหมู่เหล่านี้ไม่ใช่ 12 หมวดหมู่ที่แยกจากกัน แต่จะเป็นคำอธิบาย 12 บทที่บอกว่า KPI ต่าง ๆ ทำงานอย่างไร ซึ่งจะทำให้คุณมีกรอบในการสร้างและเลือก KPI ของตนเอง KPI เชิงปริมาณ: ใน 2 หมวดหมู่แรกจะเป็นการจัดแบ่งแบบกว้าง ๆ ที่จะสามารถทับซ้อนกับอีก 10 หมวดหมู่ได้ ตัวชี้วัดเชิงปริมาณจะตรวจวัดประสิทธิภาพการดำเนินงานทางธุรกิจในด้านต่าง ๆ ในรูปแบบตัวเลขตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ คุณอาจนึกถึง KPI ทางการเงิน เช่น จำนวนยอดขายรายไตรมาส หรือมูลค่าของลูกค้าแบบตลอดชีพ แต่ยังต้องมีตัวเลขทางการตลาด เช่น อัตราการคลิกต่อจำนวนการมองเห็น การติดตามทางโซเชียลมีเดีย และอัตราการเปิดอีเมล KPI เชิงปริมาณยังสามารถนำไปใช้กับประสิทธิภาพการดำเนินงานภายใน เช่น อัตราการลาออกของพนักงานหรืออัตราการรักษาพนักงานไว้ KPI เชิงคุณภาพ: ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ (Qualitative Indicators) หมายถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของตัวเลข เช่น ความคิดเห็นของลูกค้าและความพึงพอใจของพนักงาน วิธีการเหล่านี้มักจะขึ้นอยู่กับความคิดเห็นหรือการตีความและไม่ได้เป็นข้อมูลเชิงวัตถุประสงค์ที่เห็นได้ชัดอยู่แล้วเหมือนตัวชี้วัดทางปริมาณ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถและควรหาวิธีวัดผลประสิทธิภาพในแง่ต่าง ๆ เหล่านี้ ตัวอย่างเช่น ในรีวิวจากลูกค้า คุณสามารถขอให้ลูกค้าให้คะแนนในระดับ 1 ถึง 5 หรือคุณสามารถจัดหมวดหมู่รีวิวที่เป็นลายลักษณ์อักษรโดยสรุปว่าเป็นรีวิวเชิงบวกหรือลบ และดูเปอร์เซ็นต์ของรีวิวเชิงบวก KPI นำ: ตัวชี้วัดนำช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยอิงตามแนวโน้ม จากตัวอย่างข้างต้นเรื่องรีวิวจากลูกค้า คุณสามารถดูคะแนนการจัดอันดับที่ลดลงโดยถือเป็นตัวชี้วัดนำที่บ่งชี้ว่าลูกค้าเริ่มเสื่อมความนิยม KPI ตามหลัง: ตัวชี้วัดตามจะคอยติดตามประสิทธิภาพที่ได้เกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้คุณสามารถติดตามความคืบหน้าและรับรู้ถึงแนวโน้มต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น หากคุณเปิดใช้แคมเปญโฆษณาดิสเพลย์ เพื่อโปรโมตสินค้าของคุณ KPI ตามหลังอาจเป็นการเติบโตของยอดขายสินค้าในช่วงเวลาหนึ่ง KPI อินพุต: ตัวชี้วัดอินพุตช่วยให้คุณติดตามทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ในการสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการได้ ซึ่งรวมถึงงบประมาณ เครื่องไม้เครื่องมือ และพนักงาน KPI เอาต์พุต: ด้านตรงข้ามของตัวชี้วัดอินพุทก็คือ ตัวชี้วัดเอาท์พุท ซึ่งจะติดตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากอินพุท การจ้างพนักงานเพิ่มเติมในศูนย์บริการทางโทรศัพท์ของคุณอาจเป็นปัจจัยนำเข้า โดยมีการลดเวลารอของลูกค้าเป็นผลลัพธ์ที่ได้ KPI กระบวนการ: ตัวชี้วัดกระบวนการช่วยให้คุณสามารถวัดผลประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดำเนินงานของธุรกิจของคุณ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถดูกระบวนการในการผลิตแคมเปญโฆษณาวิดีโอ ตั้งแต่การคิด การออกแบบ ไปจนถึงการดำเนินการผลิต และมองหาวิธีปรับปรุงการสื่อสารระหว่างทีม หรือการรวมการทำงานต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อลดเวลาหรือค่าใช้จ่าย KPI เชิงปฏิบัติ: ในตัวชี้วัดเชิงปฏิบัติ คุณจะเห็นว่ากระบวนการต่าง ๆ ในธุรกิจของคุณส่งผลกระทบต่อส่วนอื่น ๆ ของธุรกิจของคุณอย่างไร จากตัวอย่างข้างต้นในกระบวนการสร้างโฆษณาวิดีโอ กระบวนการที่ไม่ดีอาจส่งผลทำให้สูญเสียทรัพยากร การทำงานล่วงเวลาที่เพิ่มขึ้น หรือความจำเป็นที่ต้องทำงานซ้ำหรือต้องย้อนกลับการทำงานก่อนหน้านี้ KPI ทิศทาง: ตัวชี้วัดทิศทางจะวัดผลแนวโน้มในเชิงบวกหรือลบเมื่อเวลาผ่านไป หากต้องการใช้อุปลักษณ์ทางฟิสิกส์ คือถ้าคุณกำลังติดตามยอดขายรายเดือน ให้จำนวนของยอดขายคือความเร็ว ส่วนอัตราการเพิ่มขึ้นหรือลดลงคือความเร่ง นี่คือคำอธิบายของ KPI ทิศทาง คุณอาจดูที่แนวโน้มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจของคุณเทียบกับเจ้าอื่น ๆ ในตลาด KPI ที่ดำเนินการได้: KPI ที่สามารถดำเนินการได้จะวัดผลการเปลี่ยนแปลงภายในของธุรกิจ ธุรกิจของคุณมีประสิทธิภาพแค่ไหนในการทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เช่น การปรับปรุงวัฒนธรรมของบริษัทหรือการเพิ่มความพึงพอใจของลูกจ้าง KPI ทางการเงิน: เราจะอ้างอิงตัวชี้วัดทางการเงินดังกล่าวข้างต้นเมื่อพูดถึง KPI เชิงปริมาณ KPI เหล่านี้จะติดตามการเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่นคงหรือความยั่งยืนของธุรกิจของคุณ ตัวอย่างของ KPI ทางการเงิน ได้แก่ การเติบโตของรายได้และอัตรากำไรสุทธิ KPI ผลลัพธ์: ตัวชี้วัดผลลัพธ์จะมองไปที่ผลกระทบของการดำเนินการต่าง ๆ ที่ดำเนินการโดยธุรกิจของคุณ จากตัวอย่างจาก KPI เอาท์พุท: การลดลงของเวลาที่ลูกค้ารอ (เอาท์พุท) ที่เกิดจากการจ้างพนักงานศูนย์บริการเพิ่มเติม (อินพุท) ตัวชี้วัดผลลัพธ์ตัวหนึ่งที่มีศักยภาพมาก คือ ความพึงพอใจของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่าง KPI สำหรับการตลาด >>> ลองมาดูตัวอย่าง KPI ที่นักการตลาดมักจะใช้สำหรับแคมเปญของพวกเขา การเข้าถึงแคมเปญ: เลือก KPI ที่ระบุขนาดกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญ รวมถึง จำนวนการแสดงผลของโฆษณา การส่งอีเมล และจำนวนการเปิดดูหน้าเพจ การมีส่วนร่วมของแคมเปญ: ใช้ KPI เพื่อวัดปริมาณการตอบสนองต่อแคมเปญของกลุ่มเป้าหมาย เช่น ยอดคลิกและอัตราการคลิกต่อจำนวนการมองเห็น อัตราการตีกลับ การแชร์ในโซเชียล และอัตราการเล่นวิดีโอจนจบ ผลลัพธ์ของแคมเปญ: KPI ที่วัดผลผลลัพธ์ของแคมเปญอาจแตกต่างไปตามสิ่งที่คุณต้องการให้กลุ่มเป้าหมายทำ คุณอาจจะดูที่ยอดขายสินค้าสำหรับแคมเปญกรวยการตลาดส่วนล่าง การจดจำแบรนด์สำหรับแคมเปญสร้างการรับรู้ และอัตราคอนเวอร์ชัน (CVR) ในแบบฟอร์มออนไลน์สำหรับแคมเปญการพิจารณา ความแตกต่างระหว่าง KPI และ OKR >>> KPI มีความเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์และผลลัพธ์หลัก (OKR) แต่ทั้งสองอย่างไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ในขณะที่ KPI เป็นตัวชี้วัดแยกที่จะติดตามผลการดำเนินงานของบริษัท วัตถุประสงค์ของ OKR คือการทำหน้าที่เป็นกรอบเชิงกลยุทธ์สำหรับธุรกิจ KPI สามารถเป็นข้อมูลให้กับ OKR ได้ ส่วนวัตถุประสงค์ของ OKR ก็เป็นเป้าหมายขององค์กรในภาพที่ใหญ่ขึ้นซึ่งอธิบายเหตุผลของ KPI ที่ใช้
SMART
KPI
S
pecific
มีความเฉพาะเจาะจง
M
easurable
วัดผลได้จริงแบบเป็นรูปธรรม
A
ttainable
chievable
สมเหตุสมผล สามารถทำได้จริง
R
elevant
เป็นไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายที่ตั้งไว้
T
imely
มีกรอบระยะเวลาชัดเจน

K
P
I
Evaluation
KEY PERFORMANCE INDEX
Self Evaluation

ขั้นตอนการกำหนด KPI
1
2
3
4
5
6
ผู้บริหารฝ่าย กำหนด KPI ฝ่าย 6 รายการให้สอดคล้องกับ ประสิทธิภาพองค์กร
พนักงานกำหนด KPI ของตนเอง 6-12 รายการให้สอดคล้องกับ KPI ของฝ่าย + ตัวชี้วัด + น้ำหนักงานงานด้านเวลา + น้ำหนักภาระงาน
พนักงานนำข้อมูลที่ได้จาก ขั้นตอนที่ 2 ไปปรึกษากับผู้บังคับบัญชาเพื่อรับความเห็นชอบ/หรือปรับแก้ไขให้ผู้บังคับบัญชาโดยตรงอนุมัติ
พนักงานประเมินผลการปฎิบัติงานของตนเอง ในช่วงเวลาที่กำหนด
พนักงานส่งข้อมูลทั้งหมดให้ผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาประเมิน การปฎิบัติงานของพนักงานในขั้นตอนต่อไป
ผู้บังคับบัญชาประเมินแล้ว สรุปผลคุย/ชี้แจงให้พนักงานรับทราบเบ ื้องต้น เพื่อการพัฒนาหรือปรับปรุงการปฎิบัติงาน
ขั้นตอนการประผลการปฎิบัติงาน (KPI)
KPI ฝ่าย
-
ผู้บริหารฝ่ายใส่ข้อมูล KPI 2569ของฝ่าย
-
KPI ของฝ่ายรวมถึง การกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และข้อมูลการประเมินความสำเร็จของฝ่าย
KPI บุคคล
-
เจ้าหน้าที่ใส่ข้อมูล KPI ของตนเอง
-
ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชา
-
ข้อมูล KPI ของบุคคล หมายถึงเป้าหมายผลงานของตนเองในปี2569 และสามารถกำหนดตัวชี้วัดได้
การประเมิน KPI ตนเอง
การนำส่งการประเมิน KPI ของตนเองให้ผู้บังคับบัญชา
การประเมิน KPI โดยผู้บังคับบัญชา
-
แนวทางการประเมินผลการปฎิงานรายบุคคล; การประเมินผลการปฎิบัติงานในรอบ KPI ปัจจุบันเท่านั้น ไม่รวมถึงผลงานที่เคยโดดเด่นหรือล้มเหลวในอดีตหรือช่วงเวลานอกรอบ KPI, การประเมินด้วยความเป็นกลาง มีคุณธรรม และชี้แจงให้เหตุผลเชิงประจักษ์ได้
-
เป้าหมายของผลการประเมินจากผู้บังคับบัญชา เพื่อการขับเคลื่อนประสิทธิภาพการทำงานของทีมงาน ให้สามารถสนับสนุน การบรรลุเป้าหมายผลงานของแผนก
การสรุปผลและการให้ FEEDBACK
ผู้บังคับบัญชา ชี้แจงผลการประเมินและให้ FEEDBACK กับเจ้าเหน้าที่รายบุคคลด้วยแนวทาง; ความชัดเจน, หลักฐานเชิงประจักษ์, การให้ข้อมูลเพื่อการปรับปรุง / พัฒนา, ไม่ใช่การตำหนิ, ชมเชยและชี้แจงโอกาส, ให้คำแนะนำและคำปรึกษา แนวทางการพัฒนาการปฎิบัติงานและศักยภาพ ของผู้ใต้บังคับบัญชา หลังจากผลการประเมิน KPI ครั้งนี้
Online session and Management meeting
KPI
การจัดทำ KPI โดยฝ่าย และเจ้าหน้าที่ รายบุคคล
การให้ FEEDBACK
การประเมินผลการปฎิบัติงานและการให้ FEEDBACK โดยผู้บังคับบัญชา
การปรับค่าความเที่ยงตรง
การประชุม การปรับค่าความเที่ยงตรง
สรุปผล KPI
-
การวิเคราะห์ แสดงผล Bell curve
-
ข้อมูลเพื่อแผนการพัฒนาบุคลากร
-
แนวทางการประเมินผลการปฎิงานรายบุคคล
- การประเมินผลการปฎิบัติงานในรอบ KPI ปัจจุบันเท่านั้น ไม่รวมถึงผลงานที่เคยโดดเด่นหรือล้มเหลวในอดีตหรือช่วงเวลานอกรอบ KPI
- การประเมินด้วยความเป็นกลาง มีคุณธรรม
- การชี้แจงให้เหตุผลเชิงประจักษ์ได้
-
เป้าหมายของผลการประเมินจากผู้บังคับบัญชา เพื่อการขับเคลื่อนประสิทธิภาพการทำงานของทีมงาน ให้สามารถสนับสนุน การบรรลุเป้าหมายผลงานของแผนก
-
ผู้บังคับบัญชา ชี้แจงผลการประเมินและให้ FEEDBACK กับเจ้าเหน้าที่รายบุคคล ด้วยแนวทาง;
- ความชัดเจน
- หลักฐานเชิงประจักษ์
- การให้ข้อมูลเพื่อการปรับปรุง / พัฒนา,ไม่ใช่การตำหนิ
- ชมเชยและชี้แจงโอกาส
- ให้คำแนะนำและคำปรึกษา แนวทางการพัฒนาการปฎิบัติงานและศักยภาพ ของผู้ใต้บังคับบัญชา หลังจากผลการประเมิน KPI ครั้งนี้


ตัวอย่าง
การกำหนด KPI
ตัวอย่าง
การกำหนด KPI
KPI องค์กร (Organizational KPIs)
1. KPI ด้านการเงิน (Financial KPIs)
-
มุ่งวัดผลลัพธ์เชิงธุรกิจ ความมั่นคง และการเติบโต
-
รายได้รวม (Total Revenue)
-
อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin)
-
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow)
-
ต้นทุนต่อหน่วย / ต้นทุนการดำเนินงาน (Operating Cost per Unit)
-
ROI / ROE / ROA
-
อัตราการเติบโตของรายได้ (Revenue Growth Rate)
KPI
-
ยอดขายรวมต่อปี (Total Revenue)
-
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)
-
อัตราชนะงานประมูล (Bid Win Rate)
-
ยอดขายจากลูกค้าใหม่ (New Customer Revenue)
วิธีวัด
➟ ยอดขายจากทุกโครงการ
➟ (Revenue - Cost) / Revenue
➟ ชนะงาน / จำนวนเข้าประมูลทั้งหมด
➟ % รายได้จากลูกค้าใหม่
Target
➟ +15–20%
➟ ≥ 18–25%
➟ ≥ 25–35%
➟ ≥ 20%
2. KPI ด้านลูกค้า (Customer KPIs)
-
วัดความพึงพอใจ ความสัมพันธ์ และความภักดีของลูกค้า
-
ความพึงพอใจลูกค้า (CSAT)
-
Net Promoter Score (NPS)
-
อัตราการกลับมาซื้อซ้ำ (Repeat Purchase Rate)
-
ระยะเวลาในการบริการลูกค้า (Customer Response Time)
-
Market Share
-
Customer Lifetime Value (CLV)
KPI
-
Customer Satisfaction (CSAT)
-
On-time Delivery / Project On-time
-
Repeat Business Rate
วิธีวัด
➟ คะแนนหลังส่งมอบงาน
➟ งานเสร็จตามกำหนด
➟ ลูกค้ากลับมาใช้บริการ
Target
➟ ≥ 85%
➟ ≥ 95%
➟ ≥ 50%
3. KPI ด้านกระบวนการภายใน (Internal Process KPIs)
-
เพื่อให้กระบวนการทำงานแม่นยำ เร็ว และมีประสิทธิภาพ
-
Cycle Time (เวลาจบกระบวนการ)
-
อัตราข้อผิดพลาด (Error Rate)
-
Productivity per Employee
-
Quality Index (คุณภาพสินค้า/บริการ)
-
On-time Delivery
-
SLA Achievement Rate (อัตราทำตามข้อตกลงการให้บริการ)
KPI
-
Project Cycle Time Efficiency
-
Defect Rate / Rework Rate
-
Safety Incident Rate (อุบัติเหตุ)
วิธีวัด
➟ เวลาจริง vs แผน
➟ % งานต้องแก้ไข
➟ ชนะงาน / จำนวนเข้าประมูลทั้งหมด
Target
➟ ≥ 90%
➟ ≤ 3–5%
➟ ≤ 0–1 case/ปี
4. KPI ด้านบุคลากร (People / HR KPIs)
-
วัดศักยภาพ ความผูกพัน และการพัฒนาพนักงาน
-
อัตราการลาออก (Turnover Rate)
-
Employee Engagement Score
-
Training Hours per Employee
-
Succession Readiness
-
Time-to-Hire
-
Performance Distribution (สัดส่วนพนักงาน Top / Mid / Low Performer)
KPI
-
อัตราการลาออก (Turnover Rate – Staff 100 คน)
-
Training Hours per Employee
-
Labor Productivity (แรงงาน 900 คน)
วิธีวัด
➟ ลาออกต่อปี / คนทั้งหมด
➟ ชั่วโมงอบรมเฉลี่ย
➟ Output per labor hour
Target
➟ ≤ 10–12%
➟ ≥ 20 ชม./ปี
➟ เพิ่มขึ้น 10–15%
5. KPI ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม (Strategy & Innovation KPIs)
-
เหมาะกับองค์กรที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน
-
จำนวนโครงการนวัตกรรมใหม่ (Innovation Projects)
-
Time-to-Market
-
% รายได้จากสินค้า/บริการใหม่
-
Digital Transformation Progress
-
ESG Performance (ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล)
6. KPI ด้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder KPIs)
-
ครอบคลุมความยั่งยืนและความรับผิดชอบ
-
ความพึงพอใจผู้ถือหุ้น
-
Compliance Rate (การปฏิบัติตามกฎหมาย/มาตรฐาน)
-
Community Impact Score
-
Carbon Footprint Reduction
KPI รายแผนก
1. แผนก HR
-
Turnover Rate
-
Time-to-Hire
-
Training Hours
-
Absenteeism Rate
-
Employee Engagement Score
-
Safety Training Completion Rate
-
Training Satisfaction ≥ 90%
-
Coaching Hours (Internal Coaching)
-
Skill Improvement Progress (before-after)
-
Development Plan Completion
-
Leadership Pipeline Development
2. แผนก Sales / Commercial
-
ยอดขายรายบุคคล / รายทีม
-
Bid Submission Accuracy
-
Win Rate
-
Sales Pipeline Coverage (≥ 3 เท่าของเป้ารายได้)
-
Customer Visit / Engagement Activity
3. แผนก Operations / Project Management
-
Project On-Time Delivery
-
Project Cost Variance
-
Work Progress Accuracy
-
Safety KPI
-
Rework Rate
-
Productivity per Crew
4. แผนก Marketing
-
Lead Generation
-
Cost per Lead
-
Conversion Rate to Sales
-
Digital Reach / Engagement
-
Brand Awareness Score
KPI ระดับผู้บริหาร (Executive KPIs)
1. CEO / MD
-
ยอดขายรวมองค์กร
-
กำไรสุทธิ
-
Bid Win Rate
-
% ลูกค้าที่กลับมาใช้บริการ
-
Safety Performance
-
Engagement Score พนักงาน
-
Project On-Time Rate
2. COO (ฝ่ายปฏิบัติการ / โครงการ)
-
Project On-time Delivery ≥ 95%
-
Defect Rate ≤ 3%
-
Safety Incident Rate = 0
-
Operation Cost Reduction 5–10%
-
Labor Productivity +10%
3. CFO
-
Gross Margin
-
Cash Flow Stability
-
DSO (Days Sales Outstanding)
-
Budget Variance ≤ 5%
4. CHRO
-
Turnover Rate
-
Workforce Stability
-
Training Hours
-
Talent Pipeline Readiness
-
Labor Compliance
5. CMO / Commercial Director
-
New Customer Acquisition
-
Sales Pipeline Value
-
Customer Satisfaction
-
Brand Awareness Index
